Tom Lee ปกป้องกลยุทธ์ ETH ของ Bitmine หลังขาดทุนบนกระดาษ 6.6 พันล้านดอลลาร์
ทอม ลี ออกมาปกป้องการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงของบริษัทจากอีเธอร์เรียมจำนวน 6.6 พันล้านดอลลาร์ โดยอ้างถึงประโยชน์ใช้สอยของเครือข่ายที่อยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ แม้ว่าจะถือครองอีเธอร์เรียมจำนวน 4.28 ล้านเหรียญในสภาพขาดทุนก็ตาม

สรุปด่วน
สรุปสร้างโดย AI ตรวจสอบโดยห้องข่าว
Bitmine เผชิญกับการขาดทุนทางบัญชีมูลค่า 6.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก ETH จำนวน 4.28 ล้านเหรียญ
ทอม ลี อธิบายว่าการขาดทุนมหาศาลที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงนั้นเป็น "จุดเด่น" ของกลยุทธ์
บริษัทได้ซื้อ ETH เพิ่มอีก 41,788 เหรียญในช่วงที่ตลาดตกต่ำเมื่อเร็ว ๆ นี้
ปัจจุบัน Bitmine ควบคุมสัดส่วน 3.55% ของปริมาณ Ethereum ที่หมุนเวียนอยู่ในระบบทั้งหมด
Bitmine กลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าบริษัทเผชิญการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงในพอร์ต Ethereum มูลค่ามหาศาล ท่ามกลางราคาของ ETH ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ปัจจุบันบริษัทมีผลขาดทุนบนกระดาษเกือบ 6.6 พันล้านดอลลาร์ เรื่องนี้จุดกระแสวิจารณ์บนโซเชียลมีเดีย โดยนักเทรดบางส่วนระบุว่า Bitmine อาจขาย ETH ออกมาในภายหลัง และกดดันราคาให้ปรับตัวลง
In response to remarks that Bitmine (BMNR) is facing a $6.6 billion unrealized loss and that future selling pressure will cap ETH prices, Tom Lee, Chairman of the Ethereum treasury company Bitmine, stated that such views miss the point of an Ethereum treasury. He noted that…
— Wu Blockchain (@WuBlockchain) February 4, 2026
ต่อมา Tom Lee ออกมาปกป้องกลยุทธ์ของบริษัท โดยระบุว่าหลายคนพลาดประเด็นสำคัญของสิ่งที่ Ethereum treasury ควรทำ เขาอธิบายว่า Bitmine ถูกออกแบบมาให้ติดตามราคาของ ETH และสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นในระยะยาว เมื่อเข้าสู่ช่วงตลาดขาลง การขาดทุนถือเป็นเรื่องปกติ เขาเรียกสิ่งนี้ว่าเป็น “ฟีเจอร์ ไม่ใช่บั๊ก”
“การขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงเป็นเรื่องปกติ” Lee กล่าว
Tom Lee กล่าวว่า Bitmine ทำงานในลักษณะเดียวกับกองทุนดัชนี โดยติดตาม ETH ตลอดวัฏจักรของตลาด เมื่อราคาคริปโตปรับตัวลง ETH ก็ปรับลงตาม ส่งผลให้เกิดการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงในงบดุล แต่ไม่ได้หมายความว่ากลยุทธ์ล้มเหลว เขาเปรียบเทียบกับ ETF ดัชนีในตลาดหุ้น เมื่อดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง ETF ก็ขาดทุนเช่นกัน และนักลงทุนก็ไม่ได้มองว่าระบบมีปัญหา Lee ระบุว่าหลักคิดเดียวกันนี้ควรใช้กับ Ethereum treasury
ตามมุมมองของเขา Bitmine ไม่ได้พยายามจับจังหวะตลาด แต่ต้องการถือ ETH และเพิ่มมูลค่าในระยะยาว ดังนั้นการขาดทุนระยะสั้นจึงเป็นสิ่งที่คาดได้ นอกจากนี้ เขายังเชื่อว่า Ethereum จะมีบทบาทสำคัญในระบบการเงินแห่งอนาคต
เสียงวิจารณ์จากนักเทรด
ความเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากนักเทรดรายหนึ่งกล่าวหา Bitmine ว่าเป็น “exit liquidity” ให้กับผู้ถือ ETH รุ่นแรก นักเทรดรายนี้แย้งว่า ETH ของ Bitmine จะถูกขายออกมาในภายหลัง และจำกัดการปรับขึ้นของราคาในอนาคต พร้อมชี้ว่าการขาดทุนจำนวนมากสะท้อนความอ่อนแอของกลยุทธ์ มุมมองนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ ผู้แสดงความคิดเห็นจำนวนมากหยิบยกตัวเลข 6.6 พันล้านดอลลาร์มาเป็นประเด็น โดยมองว่าเป็นจังหวะที่ไม่เหมาะสม ขณะที่บางส่วนตั้งคำถามว่าทำไม Bitmine จึงยังคงซื้อเพิ่มในช่วงที่ราคาสูง
ผู้สนับสนุน Tom Lee ออกมาคัดค้าน โดยระบุว่าการขาดทุนดังกล่าวเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษ และจะไม่เกิดขึ้นจริงจนกว่าบริษัทจะขายสินทรัพย์ พวกเขายังชี้ว่านี่คือธรรมชาติของกลยุทธ์ระยะยาว ซึ่งต้องซื้อในช่วงต่าง ๆ ของตลาด และรอให้วัฏจักรครบถ้วน
บริบทตลาดเพิ่มแรงกดดัน
ภาพรวมของตลาดคริปโตยังคงอ่อนแอ ทำให้กลยุทธ์ด้าน treasury ดูแย่ลงบนกระดาษ Bitmine ถือครอง ETH เกือบ 4 ล้านเหรียญ ซึ่งทำให้มีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาอย่างมาก นักลงทุนบางส่วนอ้างถึงการคาดการณ์เชิงบวกต่อ ETH ของ Lee ในอดีต ซึ่งไม่เป็นไปตามเป้า ยิ่งเติมเชื้อให้การถกเถียงรุนแรงขึ้น นักวิจารณ์ใช้ประเด็นนี้ตั้งคำถามต่อความเชื่อมั่นของเขาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม Lee ยังคงยืนกรานในจุดยืนเดิม โดยระบุว่าช่วงตลาดขาลงคือบททดสอบของความเชื่อมั่น เขาเชื่อว่า ETH จะฟื้นตัวและปรับขึ้นในระยะยาว พร้อมเสริมว่าหากการยอมรับเพิ่มขึ้น การขาดทุนในวันนี้จะดูเล็กน้อยในอนาคต
สิ่งนี้หมายความอย่างไรต่อ ETH และ treasury
กรณีนี้สะท้อนความเสี่ยงของโมเดล crypto treasury ซึ่งมักเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงตลาดขาขึ้น แต่ก็ร่วงแรงในช่วงตลาดขาลง การขาดทุนของ Bitmine ไม่ได้หมายความว่า ETH จบแล้ว แต่แสดงให้เห็นว่าวัฏจักรตลาดอาจเจ็บปวดเพียงใด สำหรับตอนนี้ การถกเถียงยังคงดำเนินต่อไป บางฝ่ายมองว่า Bitmine คือหลักฐานของความเชื่อมั่นระยะยาวต่อ ETH ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าเป็นสัญญาณเตือน สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปขึ้นอยู่กับราคาของ ETH และความอดทนของนักลงทุนเป็นสำคัญ
ติดตามเราบน Google News
รับข้อมูลเชิงลึกและการอัปเดตคริปโตล่าสุด


