สเตเบิลคอยน์ USD1 ของปากีสถานเข้าสู่ระบบชำระเงินดิจิทัล
USD1 ซึ่งเป็นเหรียญ Stablecoin ของปากีสถาน สามารถทำงานร่วมกับระบบการชำระเงินภายในประเทศ ทำให้การทำธุรกรรมข้ามพรมแดนรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น

สรุปด่วน
สรุปสร้างโดย AI ตรวจสอบโดยห้องข่าว
ปากีสถานผนวกเหรียญ Stablecoin WLF USD1 เข้ากับกรอบการชำระเงินดิจิทัลของตน
สเตเบิลคอยน์นี้ทำงานควบคู่ไปกับเงินรูปีดิจิทัลของประเทศสำหรับการชำระเงินข้ามพรมแดน
USD1 มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนการโอนเงินและเร่งความเร็วในการทำธุรกรรม
ความร่วมมือนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสามารถนำคริปโตเคอร์เรนซีมาใช้ได้อย่างปลอดภัยโดยร่วมมือกับบริษัทเอกชน
ปากีสถานตกลงนำสเตเบิลคอยน์ที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐมาใช้ในระบบชำระเงินดิจิทัลของประเทศ ข้อตกลงดังกล่าวเกี่ยวข้องกับธนาคารกลางปากีสถาน (State Bank of Pakistan) และ World Liberty Financial (WLF) ความเคลื่อนไหวนี้จะเปิดทางให้สเตเบิลคอยน์สามารถทำงานควบคู่ไปกับรูปีดิจิทัลแห่งชาติของปากีสถาน
สเตเบิลคอยน์ดังกล่าวมีชื่อว่า USD1 และจะช่วยให้การชำระเงินข้ามพรมแดนทำได้รวดเร็วและมีต้นทุนต่ำลง นอกจากนี้ ยังอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการโอนเงินกลับประเทศ ซึ่งในปากีสถานมีมูลค่ารวมราว 30,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี
WLF USD1 คืออะไร?
World Liberty Financial เปิดตัว USD1 ในช่วงปลายปี 2025 เหรียญดังกล่าวมีสินทรัพย์หนุนหลังเต็มจำนวน ทำงานบนเครือข่ายบล็อกเชนหลายเครือข่าย และถูกออกแบบมาเพื่อการชำระเงินในระดับโลก นอกจากนี้ USD1 ยังมุ่งทำให้ธุรกรรมระหว่างประเทศง่ายกว่าวิธีการธนาคารแบบดั้งเดิม
ด้วยการมีหลักประกันเต็มจำนวน ผู้ใช้จึงมั่นใจได้ว่าแต่ละเหรียญมีมูลค่าเท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งการที่เหรียญทำงานบนบล็อกเชนหลายเครือข่าย ยังทำให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งานกับระบบที่หลากหลาย
การผสานระบบจะทำงานอย่างไร
ภายใต้ข้อตกลงนี้ ธนาคารกลางปากีสถานจะบรรจุ USD1 ไว้ในโครงสร้างระบบชำระเงินดิจิทัลของประเทศ ส่งผลให้ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถใช้เหรียญดังกล่าวสำหรับการชำระเงินระหว่างประเทศ โดยยังอยู่ภายใต้ระบบทางการ
แนวทางนี้ช่วยสร้างความปลอดภัยและความโปร่งใส ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ปากีสถานทดลองระบบชำระเงินดิจิทัลสมัยใหม่ โดยไม่ต้องทดแทนสกุลเงินประจำชาติ
สเตเบิลคอยน์กับเศรษฐกิจเกิดใหม่
ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของสเตเบิลคอยน์ในเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต สำหรับประเทศอย่างปากีสถาน สเตเบิลคอยน์สามารถช่วยลดการพึ่งพาระบบธนาคารที่ล่าช้าและมีต้นทุนสูง
ยิ่งไปกว่านั้น การผสานระบบดังกล่าวยังแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสามารถปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ได้อย่างมีความรับผิดชอบ ด้วยการใช้สเตเบิลคอยน์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ปากีสถานสามารถคุ้มครองผู้ใช้ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญด้านความปลอดภัย
นวัตกรรมและความร่วมมือระดับโลก
ข้อตกลงนี้ยังเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการพัฒนานวัตกรรมในอนาคต ประเทศอื่น ๆ อาจเดินตามแนวทางของปากีสถาน และมองการชำระเงินข้ามพรมแดนในมุมที่ทันสมัยมากขึ้น ขณะเดียวกัน ความร่วมมือกับ WLF ยังสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทเอกชนและภาครัฐสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากมีเป้าหมายร่วมกัน
โดยรวมแล้ว การตัดสินใจของปากีสถานอาจช่วยให้การชำระเงินระหว่างประเทศง่ายขึ้นและมีต้นทุนต่ำลงสำหรับผู้คนหลายล้านคน อีกทั้งยังตอกย้ำว่าสเตเบิลคอยน์กำลังก้าวขึ้นมาเป็นเครื่องมือที่แพร่หลายมากขึ้นในระบบการเงินโลก
ติดตามเราบน Google News
รับข้อมูลเชิงลึกและการอัปเดตคริปโตล่าสุด


