คาซัคสถานโยก $350M จากทุนสำรองทองคำเข้าสู่ Bitcoin
คาซัคสถานเสริมสร้างกลยุทธ์ทางการเงินด้วยการเปิดตัวกองทุนลงทุนคริปโตมูลค่า 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเงินสำรองของประเทศ

สรุปด่วน
สรุปสร้างโดย AI ตรวจสอบโดยห้องข่าว
คาซัคสถานจะจัดสรรเงินจากเงินสำรองของประเทศสูงสุดถึง 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ธนาคารแห่งชาติจะไม่รับซื้อบิตคอยน์โดยตรง
กองทุนนี้จะลงทุนในกองทุนเฮดจ์ฟันด์ กองทุน ETF และหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี
การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่รอบคอบในการกระจายสินทรัพย์ของชาติ
คาซัคสถานกำลังก้าวเข้าสู่โลกคริปโตอย่างระมัดระวัง เมื่อวันที่ January 30, 2026 ธนาคารแห่งชาติคาซัคสถานยืนยันว่าจะจัดสรรเงินสูงสุด $350 million จากทุนสำรองทองคำและเงินตราต่างประเทศ เพื่อจัดตั้งกองทุนลงทุนคริปโตระดับชาติ
มีโพสต์จำนวนมากบนออนไลน์อ้างว่าประเทศกำลังซื้อ Bitcoin โดยตรง ซึ่งไม่เป็นความจริง ธนาคารกลางชี้แจงชัดว่าจะไม่ซื้อ Bitcoin ด้วยตนเอง แต่จะลงทุนผ่านกองทุนเฮดจ์ฟันด์คริปโต กองทุนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (ETF) และหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล
แนวทางนี้ช่วยลดความเสี่ยง เนื่องจากราคาคริปโตมักปรับขึ้นลงรวดเร็ว การลงทุนผ่านกองทุนและบริษัททำให้คาซัคสถานกระจายความเสี่ยงได้ดีขึ้น ช่วยปกป้องทุนสำรอง ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสรับประโยชน์หากตลาดเติบโต
ไม่มีการซื้อ Bitcoin โดยตรง
ธนาคารกลางต้องการกระจายการถือครองทุนสำรอง โดยปกติประเทศต่าง ๆ จะถือทองคำและสกุลเงินหลักอย่างดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันบางรัฐบาลเริ่มสำรวจสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นทางเลือกเพิ่มเติม คาซัคสถานเข้าร่วมแนวโน้มนี้ แต่เลือกเดินอย่างรอบคอบ
Bitcoin มักถูกเรียกว่า “ทองคำดิจิทัล” นักลงทุนบางส่วนมองว่าเป็นเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อและความอ่อนค่าของสกุลเงิน ข้อมูลจาก Chainalysis ระบุว่า การถือครอง Bitcoin ของภาครัฐและสถาบันทั่วโลกขณะนี้เกิน 500,000 BTC แล้ว การเคลื่อนไหวของคาซัคสถานไม่ได้เพิ่มตัวเลขดังกล่าวโดยตรง แต่สะท้อนว่าประเทศมองคริปโตเป็นสินทรัพย์ที่มีความสำคัญจริงจัง
จากความมั่นคงของทองคำสู่การเปิดรับ Bitcoin
คาซัคสถานมีความเชื่อมโยงกับภาคคริปโตอยู่แล้ว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการขุด Bitcoin ชั้นนำของโลก บริษัทขุดย้ายฐานเข้ามาหลังหลายประเทศใช้มาตรการเข้มงวด ส่งผลให้คาซัคสถานมีประสบการณ์จริงด้านโครงสร้างพื้นฐานและการกำกับดูแลคริปโต
หน่วยงานรัฐยังเคยจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกยึดจากคดีอาญา ประสบการณ์เหล่านี้น่าจะช่วยให้ธนาคารกลางออกแบบกลยุทธ์การลงทุนใหม่ได้อย่างรอบด้าน เจ้าหน้าที่เข้าใจทั้งความเสี่ยงและมิติทางเทคนิคของตลาด
สัญญาณของกลยุทธ์ธนาคารกลางที่กำลังเปลี่ยนแปลง
คาซัคสถานไม่ได้กำลังเดิมพันความเสี่ยงสูง ประเทศกำลังทดสอบการเปิดรับคริปโตอย่างมีโครงสร้าง ธนาคารกลางยังคงควบคุมทุนสำรองหลัก ขณะเดียวกันก็สำรวจเครื่องมือทางการเงินใหม่
การตัดสินใจครั้งนี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า คริปโตไม่ใช่แนวคิดชายขอบอีกต่อไป รัฐบาลหลายประเทศเริ่มศึกษาอย่างจริงจัง การเคลื่อนไหวของคาซัคสถานแสดงให้เห็นว่าประเทศสามารถเข้าสู่พื้นที่สินทรัพย์ดิจิทัลได้ โดยไม่ต้องรับความเสี่ยงสุดโต่ง
ติดตามเราบน Google News
รับข้อมูลเชิงลึกและการอัปเดตคริปโตล่าสุด


