ข่าว

หายนะ Treasury ETH: ร่วง 96% บีบให้พลิกกลยุทธ์ครั้งใหญ่

วิกฤตราคา ETH บังคับให้ ETHZilla ต้องปรับกลยุทธ์หลังราคาร่วงลง 96% ขณะที่ Forum Markets ทุ่มทุนอย่างมากกับสินทรัพย์ในโลกแห่งความเป็นจริงที่แปลงเป็นโทเค็นเพื่อการเติบโตในอนาคต

หายนะ Treasury ETH: ร่วง 96% บีบให้พลิกกลยุทธ์ครั้งใหญ่

สรุปด่วน

สรุปสร้างโดย AI ตรวจสอบโดยห้องข่าว

  • หุ้น ETHZilla ร่วงลง 96% จากจุดสูงสุดในปี 2025

  • สมาคมเจ้าของบ้าน (RWA) มอบความมั่นคงและความน่าเชื่อถือในเชิงสถาบัน

  • การเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Forum Markets (FRMM) จะเริ่มต้นในวันที่ 2 มีนาคม

  • ราคาหุ้นดีดตัวขึ้น 13% หลังจากการประกาศปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญ

หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในพื้นที่ที่เชื่อมระหว่างคริปโตกับตลาดหุ้น คือการที่ ETHZilla ยกเลิกกลยุทธ์บริหารเงินสำรองที่อิงกับ ETH หลังราคาหุ้นร่วงหนัก บริษัทเตรียมเปลี่ยนชื่อเป็น Forum Markets และหันไปโฟกัสสินทรัพย์ในโลกจริงที่ถูกโทเคนไนซ์ การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังราคาหุ้นดิ่งลงถึง 96% จากจุดสูงสุดในปี 2025 นับเป็นหนึ่งในความล้มเหลวที่ชัดเจนที่สุดของแนวคิด “crypto treasury แบบบริษัทมหาชน”

จากเดิมพัน ETH สู่การถอนตัวเชิงกลยุทธ์

บริษัทกำหนดให้ ETH เป็นเงินสำรองหลัก และสร้างภาพลักษณ์ ETHZilla คล้ายกลยุทธ์ Bitcoin ของบริษัทจดทะเบียน เป้าหมายคือสร้างผลตอบแทนคริปโตระยะยาว และทำหน้าที่เป็นตัวแทนการลงทุนใน ETH สำหรับนักลงทุนตลาดทุนที่มีความเชื่อมั่นสูง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ตลาดเปลี่ยนเร็ว ความผันผวนของ ETH สะท้อนความเสี่ยงจากการถือเงินสำรององค์กรไว้ในโทเคนดิจิทัลเพียงตัวเดียว งบดุลของบริษัทถูกบั่นทอน ความเชื่อมั่นนักลงทุนสั่นคลอนจากการแกว่งตัวของราคาอย่างรุนแรง

แรงเทขายหุ้นเกิดขึ้นอย่างหนัก บริษัทสูญเสียมูลค่าตลาดเกือบทั้งหมดเมื่อเทียบกับจุดสูงสุด

เพื่อรับมือกับความล้มเหลว บริษัทประกาศปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ และยืนยันว่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น Forum Markets ใช้ตัวย่อ FRMM ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม การเปลี่ยนทิศทางนี้สอดคล้องกับแนวโน้มในอุตสาหกรรมที่หันไปสู่การนำสินทรัพย์สร้างกระแสเงินสดที่มีเสถียรภาพมาโทเคนไนซ์บนบล็อกเชน

การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดให้ความสำคัญกับโมเดลธุรกิจที่เน้นเสถียรภาพและการกระจายความเสี่ยงมากขึ้น

ทำไมโมเดล Crypto Treasury จึงล้มเหลว

กลยุทธ์ถือ ETH เป็นเงินสำรองดูน่าสนใจในช่วงตลาดแนวโน้มขาขึ้น เพราะราคาสินทรัพย์ที่ปรับขึ้นช่วยดันมูลค่าบริษัท แต่โมเดลนี้เปราะบางในภาวะตลาดขาลง และทำให้ผู้ถือหุ้นเผชิญความผันผวนแบบกระจุกตัว

องค์กรพึ่งพาสินทรัพย์เพียงตัวเดียว ทุกการเปลี่ยนแปลงสำคัญของราคาจึงกระทบมูลค่าบริษัทโดยตรง โครงสร้างลักษณะนี้ขาดความยืดหยุ่นในการบริหารความเสี่ยง และมีความสามารถในการป้องกันความเสี่ยงต่ำกว่าการกระจายเงินสำรองหลายสินทรัพย์

นักลงทุนในตลาดทุนยังมักให้ความสำคัญกับกระแสเงินสดที่คาดการณ์ได้และรายได้จากการดำเนินงาน ซึ่งการถือครองคริปโตแบบพาสซีฟไม่สามารถตอบโจทย์ได้เสมอไป เมื่อความผันผวนยืดเยื้อ กลยุทธ์นี้จึงยิ่งไม่ยั่งยืน

ขณะที่โมเดล crypto treasury เผชิญแรงกดดัน สินทรัพย์โลกจริงที่ถูกโทเคนไนซ์กลับเติบโตต่อเนื่องในอุตสาหกรรมบล็อกเชน นักลงทุนสถาบันให้ความสนใจเครื่องมือเหล่านี้มากขึ้น เพราะสร้างผลตอบแทนและมีความผันผวนน้อยกว่าสินทรัพย์คริปโตเชิงเก็งกำไร

การตัดสินใจครั้งนี้จึงเป็นการปรับแนวทางเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่ปฏิกิริยาระยะสั้น

ETH และผลกระทบต่อตลาด

การเปลี่ยนทิศทางครั้งนี้เป็นสัญญาณชัดเจนว่ากลยุทธ์เงินสำรองที่พึ่งพาสินทรัพย์เดียวมีความเสี่ยงเชิงโครงสร้างสูง ธุรกิจคริปโต โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียน ควรพัฒนาโครงสร้างที่ยืดหยุ่นเพื่อรับมือความผันผวนของ ETH ในระยะยาว

ในเวลาเดียวกัน การเคลื่อนไหวนี้ตอกย้ำความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของการโทเคนไนซ์ในฐานะโมเดลธุรกิจที่เป็นไปได้ บริษัทอื่นอาจทบทวนนโยบายเงินสำรองและหันไปสู่การกระจายความเสี่ยงในลักษณะเดียวกัน

นักลงทุนกำลังจับตาว่า Forum Markets จะสามารถดำเนินแผนใหม่ได้สำเร็จและกู้ความเชื่อมั่นกลับมาได้หรือไม่

การล่มสลายของ ETHZilla สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมคริปโต บริษัทต่าง ๆ กำลังก้าวออกจากการพึ่งพาการเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว ไปสู่โครงสร้างการเงินแบบไฮบริดมากขึ้น หลายแห่งเริ่มผสานประสิทธิภาพของ ETH และเทคโนโลยีบล็อกเชน เข้ากับผลตอบแทนจากการลงทุนแบบดั้งเดิมเพื่อดึงดูดเงินทุน

ท่ามกลางความผันผวนที่ยังเป็นปัจจัยหลักในตลาดสินทรัพย์เทคโนโลยี แนวทางที่ผสานมูลค่าในโลกจริงเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายศูนย์ มีแนวโน้มอยู่รอดได้มากกว่าในระยะยาว

อ้างอิง

Google News Icon

ติดตามเราบน Google News

รับข้อมูลเชิงลึกและการอัปเดตคริปโตล่าสุด

ติดตาม